วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2556

แซ่บสะท้านขอบอก



กระชาย : สมุนไพรไทยไม่ธรรมดา


โดย... นายสุชาติ  ใจสุภาพ

รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษาต่อเนื่อง 
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
(เรียบเรียงเนื้อหาจากบทวิทยุกระจายเสียง ปี 2552)
          จากการขยายตัวของตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรและอาหารเสริมของไทยเมื่อปี 2548 ที่ทำรายได้ถึงสี่หมื่นล้านบาท ทำให้ไทยนั้นมี
ยุทธศาสตร์พัฒนาสมุนไพร เพื่อให้ไทยนั้นเป็นศูนย์กลางสุขภาพของเอเชีย โดยกระทรวงสาธารณสุขได้เลือกประโยชน์สมุนไพรตามที่
ตลาดต้องการ นั่นคือช่วยชะลอความชรา บำรุงกำลังและช่วยลดความอ้วน ซึ่งกระชายก็มีคุณสมบัติดังกล่าวทั้งหมด
          ผู้คนส่วนใหญ่น่าจะรู้จักสมุนไพรที่เรียกว่าโสม หรือว่า ginger ในภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นสมุนไพรของจีนหรือของเกาหลีที่มีชื่อเสียง
โด่งดังไปทั่วโลกคุณสมบัติด้านสมุนไพรที่เด่นของโสมคือว่าเชื่อว่าเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกายผู้บริโภคได้ดังที่ชาวไทยจะเรียกทีมนักกีฬา
เกาหลีว่าทีมพลังโสมเป็นต้น ซึ่งโสมสามารถที่จะเพิ่มสมรรถนะทางเพศได้โดยเฉพาะท่านชาย ในประเทศไทยเองก็มีพืชพื้นบ้าน ซึ่ง
ชาวไทยเชื่อกันตั้งแต่โบราณแล้วว่าเป็นยาชูกำลังและเพิ่มสมรรถนะทางเพศโดยเฉพาะผู้ชาย ชาวไทยได้ใช้พืชชนิดนี้ใช้เป็นทั้งอาหาร
และเป็นสมุนไพรควบคู่กันมาตั้งแต่ชาวไทยนั้นยังไม่รู้จักโสม ต่อมาถึงได้รู้ว่าคุณสมบัติของโสมที่ว่านี่คล้ายคลึงกับคุณสมบัติของพืชพื้น
บ้านไทยที่ว่านี่ จึงได้เรียกพืชพื้นบ้านไทยนี่ว่าโสมไทย หรือที่ไทยเรียกทั่ว ๆ ไปว่ากระชาย ภาษาอังกฤษ Zinggberaceae เป็นพืชใน
วงศ์เดียวกับขมิ้นหรือขิง มีลำต้นอยู่ใต้ดิน เรียกกันว่า หัว หรือ เหง้า เช่นเดียวกับขมิ้นหรือขิง แต่ว่าลำต้นใต้ดินของกระชายาจะมีขนาด
เล็ก เนื่องจากว่าจะมีรากที่สะสมอาหารขนาดใหญ่ ยาวสักประมาณ 5 – 6 เซนติเมตรแยกออกจากลำต้นใต้ดินหลายรากก็เลยเรียกว่า
นมกระชาย คือมีรากเยอะอย่างที่เราเห็น ตัวใบกระชายโผล่พ้นผิวดินมาประมาณสักครึ่งเมตร ใบคล้าย ๆ ใบพุทธรักษา ใบสีเขีย
วอ่อน


ใบโหระพา 
บโหระพา เป็นแหล่งเบต้าแคโรทีน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการป้องกันโรค เช่น โรคหัวใจขาดเลือดและมะเร็ง โหระพา 1 ขีด มีเบต้าแคโรทีนสูง คือ 452.16 ไมโครกรัม ใบโหระพามีกลิ่นเฉพาะใช้เป็นผักสด ใช้ปรุงแต่งกลิ่นอาหารและมีธาตุแคลเซียมสูงด้วย


น้ำผึ้งมีสรรพคุณทางยา article
        กว่า 8,000 ปีมาแล้วที่มนุษย์รู้จักและนำน้ำผึ้งมาใช้เป็นสารให้ความหวาน น้ำผึ้งมีสรรพคุณทางยา และมีประโยชน์ต่อสุขภาพจึงทำให้มีการนำน้ำผึ้งมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบที่หลาก หลาย บางคนนิยมรับประทานน้ำผึ้งเพียงอย่างเดียว หรืออาจจะนำน้ำผึ้งมาผสมกับน้ำนมหรือผลไม้ นอกจากนี้น้ำผึ้งมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ จึงมักนำมาให้เด็กที่มีอาการท้องผูกรับประทาน รวมทั้งยังมีสรรพคุณในการป้องกันหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ จุลินทรีย์ชนิดต่างๆ ด้วย


มะนาว
ประโยชน์ทางยา
น้ำมะนาว มีรสเปรี้ยว สรรพคุณแก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยบรรเทา อาการเจ็บคอ บำรุงเสียง ขับระดู แก้เล็บขบ ขับลม แก้ริดสีดวงทวาร ป้องกันโรคลักปิดลักเปิด รักษาอาการบวมฟกช้ำ ทำให้ผิวนุ่ม แก้ซาง
เปลือกมะนาว ใช้รักษาท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่น จุกเสียด
เมล็ด รสขมหอม แก้ซาง ขับเสมหะ แก้หายใจขัด แก้ไข้ แก้พิษไข้ร้อน บำรุงน้ำดี แก้พิษฝีภายใน
ราก รสเย็ดจืด แก้ไข้กลับไข้ซ้ำ ถอนพิษผิดสำแดง แก้ฝีมีหัว แก้ปวดฝี
ใบ รสปร่า สรรพคุณฟอกโลหิตระดู ฟอกเสมหะ แก้ฝีตะมอย ฝี ฟกช้ำ แก้ไข้ แก้กลาก แก้กองลมทุกชนิด แก้ริดสีดวง แก้ไอ แก้หืด
ดอก แก้ท้องอืดเฟ้อ ปวดท้อง แก้คลื่นไส้อาเจียน แก้ไอ
ผล แก้ท้องอืดเฟ้อ ปวดท้อง แก้สิวฝ้า แก้ส้นเท้าแตก รักษาแผลจากแมลงมีพิษ


น้ำเคี่ยวเห็ดสามอย่างคะ ล้างพิษ เก๋ๆ ทำไมต้องซื้อวิตามินล้างพิษแพงๆ จิงมะ


ประโยชน์และคุณค่าทางสมุนไพร
- ช่วยล้างสารพิษที่ตกค้างในตับ ช่วยบำรุงไต
- ลดอนุมูลอิสระที่เกิดเป็นเซลล์มะเร็ง
- สลายพังผืดในมดลูก
- เพิ่มเม็ดเลือดขาว ลดไขมันในเส้นเลือด
- เป็นอาหารบำรุงตับ ถ้าตับไม่แข็งแรงจะส่งผลให้ อารมณ์ไม่ดี ไทรอยอาจเป็นพิษ ตัวผอมและพุงป่อง เป็นต้น


น้ำพุทราจีนกับเก๋ากี๋ คะ บำรุงเลือดลมและสายตาคะ


พุทราเป็นผลไม้ที่มี วิตามิน A และ c ในปริมาณมาก ซึ่งส่งผลต่อการบำรุงสายตาและผิวให้สุขภาพดีไม่เป็นโรคเกี่ยวกับผิวพรรณและ สายตา ตาไม่ฟาง และไม่บอดกลางคืน

-   เปลือกของพุทราเป็นยาแก้อาการท้องเสียอย่างดี ด้วยเพราะสารแทนนินซึ่งออกรสฝาดในเปลือกพุทรานั่นเอง

-   เมล็ดพุทราก็มีประโยชน์มากเช่นกัน เพราะนำมาป่นรักษาอาการชักในเด็กได้อีกทั้งยังลดไข้แก้หวัดในเด็กด้วย

-  ใบของพุทราก็มีคุณสมบัติในการลดพิษแมลงสัตว์กัดต่อยและผื่นคันต่างๆ ได้อีกด้วย สรรพคุณมีตั้งแต่รากจรดปลายจริงๆ มีพุทราไว้ในบ้านสักต้นรับรองคุ้มจริงๆ
นอกจากนี้พุทราจีน มี สรรพคุณเป็นยาบำรุงเลือด บำรุงกำลังที่ดี และใช้ผสมกับยาสมุนไพร บำรุงส่วนอื่นๆอีก นอกจากนี้ยังสามารถลดคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง เส้นเลือดเเข็งตัว เส้นเลือดหัวใจตีบตัน และเส้นเลือดในสมองแตก ทั้งยังเป็นยาบำรุงประสาทแก้โรคนอนไม่หลับด้วย

สรรพคุณ / ประโยชน์ของโกจิเบอร์รี่ (เก๋ากี้)

ผลโกจิเบอร์รี่ (เก๋ากี้) คืออะไร

ผลโกจิเบอร์รี่ หรือมีชื่อในภาษาอังกฤษว่า Chinese Wolfberry ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทางเภสัชศาสตร์ว่าเป็นพืชในตระกูล Lyceum Barum มีแหล่งกำเนิดในประเทศจีน

ความสำคัญของผลโกจิเบอร์รี่ (เก๋ากี้)

ผลโกจิเบอร์รี่ (เก๋ากี้) เป็นที่รู้จักกันอย่างดีในแถบเอเชียว่าเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าด้านสารอาหารมากที่สุด ผลโกจิเบอร์รี่ (เก๋ากี้) ใช้เป็นส่วนประกอบที่สำคัญทางยาจีนแผนโบราณซึ่งได้มีการบันทึกในประวัติศาสตร์จีนเกือบ 2,000 ปี จากตำนานที่ไม่มีการบันทึกไว้เป็นหลักฐานพบว่า โกจิเบอร์รี่ (เก๋ากี้) เป็นพืชโบราณที่มีอายุมากว่าที่จดบันทึกไว้ราว 2,800 ปี ก่อนพุทธกาล

ผลโกจิเบอร์รี่ (เก๋ากี้) เป็นที่นิยมในประเทศในประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอื่นๆ ในระดับแนวหน้าอุตสาหกรรมรมอาหารระดับโลก เพราะผลโกจิเบอร์รี่ (เก๋ากี้) อุดมไปด้วยคุณค่าด้านสารอาหารและการต่อต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant)

โกจิเบอร์รี่ (เก๋ากี้) มีพลังแอนตี้ออกซิแดนซ์ (ต่อต้านอนุมูลอิสระจากการทำลายเซลล์และชะลอความชรามากที่สุดในโลก)

โกจิเบอร์รี่ (เก๋ากี้) แต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน การค้นหาโกจิเบอร์รี่ (เก๋ากี้) ชนิดที่ดีเยี่ยมจริงๆ เช่นเดียวกับความหลากหลายของผลองุ่น คุณภาพของเหล้าไวน์ที่แตกต่างกันไป ผลโกจิเบอร์รี่ (เก๋ากี้) มีสายพันธุ์ต่างๆ มากถึง 41 สายพันธุ์ด้วยกันที่ปลูกในทิเบต ดร.Mindell ทราบดีว่าเขาต้องทุ่มเทวิเคราะห์สายพันธุ์โกจิหลายสิบสายพันธุ์เป็นอย่างมากเพื่อหาสายพันธุ์ที่ดีเยี่ยมเพียงสายพันธุ์เดียว ซึ่งเป็นสายพันธุ์เดียวกันกับที่หมอรักษาชาวหิมาลัยโบราณเป็นผู้ค้นพบและได้รับการกล่าวขานยกย่องเป็นตำนานมาตั้งแต่สมัยโบราณ

จากการค้นคว้าและวิจัยของ Dr. Earl Mindell ได้ค้นพบว่าผลโกจิเบอร์รี่ (เก๋ากี้) ให้คุณค่าทางโภชนาการมากที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังพบประโยชน์ในงานวิจัยดังนี้
- ชะลอความชรา (Anti-aging)
- ควบคุมน้ำตาลในเม็ดเลือดแดง (Blood Builder)
- เสริมสร้างการทำงานของหัวใจ (Cardiovascular Support)
- เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย (Immunity System)

ประโยชน์มากมายจากอาหารที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ โกจิเบอร์รี่ หรือ เก๋ากี้ รู้จักกันในทางวิทยาศาสตร์ว่า เป็นพืชในตระกูล Lycium Barbarum มีแหล่งกำเนิดในประเทศจีน ทิเบต



สูตรน้ำผักเอมไซน์ ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธ์วงศ์


สูตรน้ำผ้กปั่น พลังเอนไซม์


1.  ผักกาดหอม  2 ใบ

(กล้ามเนื้อ กระดูกเส้นเอ็น และทำให้ปอดแข็งแรง) 

2.  คึ่นฉ่าย 2 ก้าน

(ช่วยการหมุนเวียนโลหิตและหลอดเลือดแข็งแรง)

3.  มะเขือเทศ 1 ลูก  (เม็ดเลือด แข็งแรง)

4.  ห้วหอมใหญ่  1/4 ของหัว  (หัวใจแข็งแรง)

5 . น้ำผึ้ง ความชื้นต่ำ 2-3  ช้อนโต๊ะ (ให้พลังงานรวม) 

6.  มะนาว 1 ลูก    ( ช่วยฟื้นฟูภูมิคุ้มกัน)

7.  แอปเปิ้ล 1 ลูก  (ให้พล้งงานสำรองม้ามสูงมาก

8.   น้ำเอนไซม์ 1-2 ช้อนโต๊ะ (ปรับสมดุล และช่วยย่อย)

9. น้ำเปล่า  2-4 แก้ว

 

 ขอบคุณ  สูตรน้ำผักปั่น จากหนังสือแพทย์ทางเลือก (ALTERATIVE MEDICINE)

             โดย ดร.รสสุคนธุ์ พุ่มพันธ์วงศ์



วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2556

PK studio By Marrybeam & MAC clear



อัลบั้มนี้รีวิวการใช้ผลิตภัณท์ของคุณบีม by marrybeam และ Mac clear คะ ส่วนตัวชอบมากคะราคาปานกลางไม่ถูกและไม่สูงจนเกินไปคะ ใครอยากใช้สอบถามหน้าเพจได้คะ MarryBeam Cosmetics หรือสอบถาม PK ได้คะ ใช้อย่างถูกต้องผลจะออกมาดีกว่านะคะ เพราะPK เคยใช้ผิดวิธีรู้สึกเฉยๆๆ แต่พอได้ปรึกษาและรู้กระบวนการ แล้ว ผลลัพธ์ออกมาดีมากๆๆคะ PK เป็นสิวอุดตันส่วนมากคะ หน้ามัน รูขุมขนกว้างคะ ดูรีวิวและถามคำถามได้นะคะ


เพิ่มเติมที่นี่ค่ะ......................

วันเสาร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2556

ล้างตับทำไม ???



ครั้งแรกที่ได้อ่านบทความในการล้างพิษตับ เห็นขั้นตอนแล้วยุ่งยากมากๆ คิดว่ามันไม่จำเป็น เพราะเราก็ดูแลสุขภาพดีอยู่แล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องทำเลย

เพิกเฉยไป จนพอมีเวลาได้ศึกษาเอามากๆๆเข้า ประกอบกับสิวก็ยังไม่หายซักที และเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าปี พ.ศ. 2552 ได้ไปตรวจร่างกายที่ รพ.กรุงเทพ

หาดใหญ่ คุณหมออุนตร้าซาวน์เจอไขมันพอกตับอยู่จำนวนนึง เราก็ถามหมอ ว่ารักษษยังไงคะ หมอบอกว่ามีหลายสาเหตุและยื่นโบร์ชัวร์ให้แผ่นนึง คือ

สอนการดูแลตนเองการทานอาหารและการทานวิตามิน กังวลอยู่พักนึงและก็ลืมมันไป

          จนมาปีพ.ศ. 2555 มาอ่านหนังสือ สิว secret เลยทำการสวนล้างลำไส้ทานอาหารล้างพิษต่างๆ แต่เรารู้สึกว่าทำไมเพลียบ่อย และสิวยังไม่

หายขาด ไปเจอบท ความนึงที่เค้าเขียนว่าที่ต้องล้างพิษในตับเพราะสิวไขมันขึ้นมาเรื่อยๆๆพอล้างตับแล้วสิวหายหน้าดีขึ้น เราเลยอดทนทำดูคะ

ลองอ่านวิธีของเราดูนะคะ ใครอยากลองวิธีแตกต่างลองหาคำว่าล้างพิษตับใน google ดูนะคะ แต่โดยรวม ก็จะทำคล้ายๆๆกันแล้วแต่ สำนักนะคะ พีเค

ใช้สูตรของพี่ญาตา (แต่ก็ไม่ได้ถอดแบบมาซักทีเดียวปรับตามความสะดวก นะคะ แต่เห็นผลเหมือนกันคะ)

ตั้งใจว่าถ้ามีโอกาศไป กทม จะไปจองคิวทำกับแกรดูซักครั้ง เพราะของสถาบันญาตามีครบวงจรแถมช่วยวิเคราะห์ สีของ ของเสียให้

ด้วยว่าเราขับโรคอะไร ออกมาเช่น ขับไขมัน นิ่ว มะเร็ง เป็นต้น 

ล้างพิษตับ คือ

นิ่วในถุงน้ำดี โดยวิธีธรรมชาติใช้สมุนไพรไม่ต้องผ่าตัดเป็นการดูแลฟื้นฟูร่างกายแบบธรรมชาติเหมาะสำหรับทุกคน ผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำ ผู้ที่ทานอาหาร

ไม่ถูกหลักอนามัย เช่นอาหารทอด ปิ้งย่าง ผู้ที่มีความเครียดสูง พักผ่อนไม่เพียงพอ ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ มีสารพิษสะสม อันเป็นสาเหตุให้ตับทำงานหนัก

และเกิดโรคต่างๆตามมาเช่นไขมันเกาะตับ(fatty liver) ตับอักเสบ ตับแข็ง มะเร็งในตับ โรคนิ่ว โรคอ่อนเพลียเรื้อรัง เป็นต้นและเวลาตื่นนอนในตอนเช้า

จะงัวเงียมากเป็นพิเศษ ไม่มีแรงอยากนอนเยอะๆๆ ง่วงอยู่ตลอดเวลาแสดงว่าตับอ่อนแอ

สูตรล้างพิษจากตับ 
วันที่1-2 เตรีมตัวคะ ทานแต่อาหารอ่อนๆ เป็นประเภทต้มรสไม่จัด จืดๆ งดเนื้อสัตว์ ทุกชนิด 

วันที่3 คะ
06:00  น.              ตื่นนอน
06:15  น.             เช็คค่าน้ำลาย ,อมน้ำมันมะพร้าวกลั้วในปาก 15 นาที แล้วบ้วนทิ้งห้ามกลืน ล้างพิษในปาก
07:00 — 09:00 น.สวนทวารหนักด้วยกาแฟ หรือเรียกว่าดีทอค ศึกษาได้ใน google 
                            แช่มือ,แช่เท้าด้วยเกลือหิมาลัย ถ้าหาไม่ได้ ใช้เกลือสินเธาวน์ เม็ดใหญ่ แช่15นาที
                            พอกหน้าด้วยมารคขมิ้นชัน
                            ดื่มน้ำสมุนไพร (น้ำซาวข้าว,ชามะละกอ,ชาเขียว,น้ำมะขามผสมน้ำผึ้ง,น้ำผักผลไม้ปั่นไม่ใส่น้ำตาลแยกกากออก)
                            (น้ำผักสูตรที่ทานประจำคือ ซาราลี่ พริกหวาน มะระ แอปเปิ้ล แตงกวา)


09:00 — 11.00 น. ดื่มน้ำผักสมุนไพรได้เรื่อยๆ 
11:00 — 12:00 น. อาบน้ำ/พักผ่อนตามอัธยาศัย
12:00 — 12:15 น. ดื่มน้ำสมุนไพรขับพิษ 1 แก้ว
12:15 — 18.00 น. ดื่มน้ำสมุนไพรได้เรื่อยๆ
18:00 — 18:15 น. รับประทานดีเกลือ ครั้งที่ 1 ดีเกลือ 1 ชต กับน้ำต้มสุก250 ml 
18:15 — 20:00 น. งดทานน้ำแล้วคะ
20:00 — 20:15 น. รับประทานดีเกลือ ครั้งที่ 2ดีเกลือ 1 ชต กับน้ำต้มสุก250 m
20:15 — 22:00 น. งดทานน้ำแล้วคะ
22:00 — 22:15 น. ดื่มน้ำมันมะกอกผสมน้ำมะนาวน้ำมันมะกอก 200 ml. กับมะนาว4 ลูก บางสูตร น้ำมันมะกอก 150ml.น้ำมะนาว150 ml.คะ 
22:15 — พักผ่อนนอนหลับ

วันที่ 4-5 
ตื่นนอนตามปกติ ทำ oil pulling คะ ทำได้ตลอดนะคะ ถึงแม้ จะหมดครอสแล้วก้อตาม
ทานน้ำผลไม้แยกกาก ทานชามะละกอ
ทานอาหารอ่อนๆ เหมือนวันที่ 1-2 

เวลาถ่าย ถ่ายใส่กระโถน และเอากระชอนหรือตระกร้ากรองออกมานะคะ จะเห็นผลลัพธ์ที่ได้ แล้วมารีวิวกันนะคะ ปล.ไม่เอารูปนะคะ แค่ของตัวเองก็น่ากัวพอแล้ว จะมีสีต่างๆมากมายเช่น
เขียวคือนิ่วในถุงน้ำดี
น้ำตาลเหลือง ไขมันพอกตับ
แดงคือเม็ดเลือดแดงที่ตายแล้ว
ขาวเหมือนเห็ด คือเชื้อมะเร็ง

หลังจากล้างตับครั้งแรกรู้สึกร่างกายแข็งแรงขึ้นกระปรี้กระเปร่า ไม่ง่วงนอน ไม่เพลีย ร่างกายรับวิตตามินได้สูงสุด 

ครั้งแรกทำวันที่ 6-8 กย 2012 มีจำนวนนิ่วออกมา3 ถาด 300 ก้อน
                     19-21 กย 2012 มีจำนวนนิ่วออกมา 2 ถาด 150 ก้อน
                      4-6 ตค. 2012 มีจำนวนนิ่วลดลงเหลือถาดเดียว 50-80 ก้อน
                      11-13 ตค. 2012 รอฟังสรุปค้า เหลือ 1 ถาดกับอีก เศษๆถาดคะ

จะทำอีกจนกว่า ทำแล้วไม่มีออกมาอีกคะ ทำเดือนละครั้งหรือสองครั้งก็พอคะแล้วแต่สะดวก
ปล.ใครอยากเหนขอดูหลังไมค์นะคะ


ดีเกลือ (แมกเนเซี่ยมซัลเฟต)                                                                              

Epsom salt  (magnesium sulfate)


ดีเกลือเป็นเกลือชนิดหนึ่ง เม็ดละเอียดสีขาว รสเค็มจัดจนขม หรือเรียกว่า แมกนีเซียมซัลเฟต ดีเกลือมีองค์ประกอบ 2 อย่าง คือ แมกนีเซียมและซัลเฟต ซึ่งมีประโยชน์ในการล้างพิษตับและถุงน้ำดี รวมทั้งประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนี้

1.    ดีเกลือทำใหท่อน้ำดีขยายตัว เพื่อให้นิ่วเคลื่อนผ่านออกมาได้ง่ายขึ้น
2.    ช่วยขับพิษที่เป็นตัวขัดขวางการเดินทางของนิ่ว
3.    ในทางสมุนไพรใช้ดีเกลือเป็นยาระบาย ขับสารพิษออกจากร่างกาย
4.    แมกนีเซี่ยมในดีเกลือ ช่วยคลายเครียดและให้หลับง่าย สมาธิดีขึ้น พัฒนากล้ามเนื้อและระบบประสาท ป้องกันเส้นเลือดแข็งตัว ลดการเกร็ง
5.    ซัลเฟตช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย การดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น บรรเทาอาการปวดศรีษะและป้องกันโรคไมเกรน
6.    ในการผลิตอาหารใช้ดีเกลือเป็นสารจับตัว (coagulant) สำหรับการผลิตเต้าหู เต้าฮวย ดีเกลือจะไปจับกับโปรตีนในน้ำนมถั่วเหลือง ทำให้จับเป็น        ก้อน ในการล้างพิษตับก็จะดักจับไขมันโปรตีนที่เป็นพิษออกมา

       3 วันในวันที่ล้างพิษตับ(วันที่ดื่มน้ำมันมะกอกผสมน้ำมะนาว)จากการถ่ายจะมีนิ่วออกมาครั้งละ 50 เม็ดถึง400เม็ดขนาดของนิ่วที่ออกมาจะมีตั้งแต่เท่าเมล็ดงาจนกระทั่งเท่าลูกมะกรูดขนาดเขื่องๆสีของนิ่วที่ออกมาจะมีหลายสีส่วนใหญ่จะมีสีเขียวและสีเทานิ่วที่มีสีเขียวจะเป็นพวกคอลเลสเตอรอล(cholesterolเวลาถ่ายออกมาจะลอยนิ่วที่มีสีเทาดำจะเป็นพวกแคลเซี่ยม(calcium)เวลาถ่ายออกมาจะจมในตับสามารถเกิดนิ่วได้มากกว่า20,000เม็ดนิ่วจะออกมามากที่สุดในช่วงการล้างพิษตับครั้งที่ 6-7เมื่อนิ่วออกหมดแล้วให้ล้างพิษตับปีละ 2ครั้งสุขภาพก็จะดีตลอดไป

        ตับที่มีสุขภาพแข็งแรงจะต้องกลั่นกรองเลือดประมาณ1,500mlต่อนาทีและหลั่งน้ำดี1-1.5Lต่อวันซึ่งจะทำให้ตับและอวัยวะส่วนอื่นๆในร่างกายสามารถทำงานได้อย่างปกตินิ่วในถุงน้ำดีจะไปอุดตันท่อทำให้ตับไม่สามารถขับสารพิษในเลือดได้อย่างเต็มที่และยังไม่สามารถส่งสารอาหารและพลังงานที่จำเป็นไปยังส่วนอื่นๆของร่างกายได้อย่างทันการปัญหาโรคกระดูกพรุนนั้นมีสาเหตุมาจากน้ำดีที่หลั่งไม่พอและ ปัญหาสลายไขมันในอาหารน้ำดียังช่วยขับพิษในตับช่วยลดกรดในลำไส้และทำความสะอาดลำไส้อีกด้วยเมื่อการหลั่งน้ำดีในตับขาดความสมดุลผลึกคอลเลสเตอรอล(ผลึกไขมัน)ก็จะไปผนึกกับน้ำดีกลายเป็นก้อนนิ่วและไปอุดตันในท่อน้ำดีเล็กๆทำให้น้ำดียิ่งไหลได้ช้าลงเป็นเหตุให้น้ำดีผนึกตัวกับผลึกไขมันเหล่านี้ได้มากขึ้นไปอีกท่อตับนั้นจะถูก

         นิ่วในตับ(นิ่วที่ก่อขึ้นภายในตับ)นับไม่ถ้วนอุดตันทำให้ประสิทธิภาพของระบบย่อยอาหารลดลงเนื่องจากว่าตับจะหลั่งน้ำดีออกมาเรื่อยๆดังนั้นจึงมีผลึกของน้ำดีมากขึ้นเรื่อยๆน้ำดีบางส่วนจะไหลเข้าสู่เส้นเลือดทำให้มีตัวเหลือง(ดีซ่าน)แต่ละคนล้วนมีนิ่วในตับอยู่จำนวนหนึ่งบางคนมีนิ่วอยู่ในถุงน้ำดีด้วย เมื่อใช้วิธีบำบัดล้างพิษตับและดูแลสุขภาพที่ถูกต้องเราก็จะมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้นหากอยากรู้ว่าคุณมีนิ่วอยู่ในตับหรือไม่มีวิธีคือการล้างพิษตับแบบธรรมชาติซึ่งได้ผลและปลอดภัยและช่วยทำความสะอาดลำไส้เมื่อคุณได้ขับนิ่วที่ก่อตัวเป็นผลึกออกไปแล้วอาการโรคต่างๆภายในร่างกายก็จะหายไปและ ทำให้มีสุขภาพดีขึ้น  

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก
บ้านชีวาธรรม:http://cheewathum.blogspot.com/


            080-999-1726, 084-456-3849

 ข้อควรระวังในการล้างพิษตับโปรดอ่านคะ


ตารางชีวิตกับการ ลดน้ำหนัก ความรู้เก่า ที่เราควรเรียนรู้





เคยมั้ยที่พยายามลดน้ำหนัก มาตลอด แต่ไม่เคยเห็นผล

เคยมั้ย ที่ลดน้ำหนักทุกครั้งพอผ่านไป สามสี่วัน น้ำหนักกลับเพิ่มขึ้น 

เคยมั้ยลดน้ำหนักจนบางทีหันไปพึ่งตัวช่วย ซึ่งจากวิวัฒนาการ ในสมัยนี้จึงออก ผลิตภัณฑ์ ลดความอ้วนมามากมาย ตอนทานก็ผอมดีอยู่หรอก แต่พอ

หยุดทานนี้สิ ความหิว มันกลับเพิ่มขึ้นทวีคูณ เกิดจากบางคนชะล่าใจ เพราะคิดว่าทานยาลดความอ้วนแล้ว จะทานอาหารได้ปกติ ผิดถนัดคะ ยังไงความ

อ้วนของเราขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราทานเข้าไปนั้นแหละ นั้นคือตัวแปลหลัก ตัวแปลตามคือ เวลาที่ทาน และการใช้ พลังงาน ส่วนตัวช่วยคือยาลดความอ้วน

ก่อนที่จะมาลด นน กับ PK studio อยากให้ลืมตัวช่วยประเภทยาทิ้งไป เพราะ มันไม่มีประโยชน์แถมลงผลต่อ ประสาทโดยตรง ยาลดความอ้วนมี

หลายประเภทเช่น

1.กดประสาทคือ ทานแล้ว รู้สึกตื่นตัวตลอดเวลา ไม่ทำให้รู้สึกหิว แต่มีผลข้างเคียงต่อกระเพาะอาหารเมื่อถึงเวลาทานแล้วเราไม่ทาน และจิตตกเมื่อ อยู่คนเดียว เกิดอาการโยโย่เมื่อหยุดทานเพราะเมื่อไม่มียาไปกดประสาท ร่างกายจะหิวตามปกติ แต่เนื่องจากว่าช่วงที่ทานยา ยาไปกดไม่ให้หิวจะเกิดอาการโหย ดังนั้นจึงเกิดอาการโยโย่ได้ง่าย

2.ทานแล้วรู้สึกอิ่ม มีส่วนประกอบเป็นพวกหัวบุก ถ้าเป็นบุกผงแท้ ก้อดีคะ เพราะบุคจะบานในกรพเพาะ จะทำให้อิ่มเร็วแต่ถ้าเรายังทานเท่าเดิมก็ไม่ช่วยอะไรคะ

3.Lipo ต่างๆ ใครที่ทานอยู่อยากขอให้หยุดคะ ยาตัวนี้มีสารผสม สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถย่อยน้ำมันและขับออกมาเองไม่ได้ดังนั้น ตัวยาจะทำหน้าที่ขับน้ำมันต่างๆออกจากร่างกายโดยไม่ได้แยกน้ำมันตัวดีหรือ ไม่ดี ผลข้างเคียง ระบบร่างกายจะขาดน้ำมันไปหล่อเลี้ยง และร่างกายจะปรับตัวไม่ทัน มีสารตกค้างอยู่ที่ตับ

4.แอลคาเนทีน ถั่วขาว สารสกัดจากสมุนไพร มีสองแบบคือช่วยเร่งการเผาผลาญในร่างกาย กับทำให้อิ่ม หรือถ่ายท้อง อย่างหนัก ผลข้างเคียงอาจจะไม่มาก เพราะไม่ค่อยมีตัวยา แต่ การที่ทานสิ่งที่ไปกระตุ้นร่างกายมากๆอาจจะทำให้ระบบภายในเสื่อมเร็วกว่าอายุจริงคะ

เห็นผลข้างเคียงของตัวช่วยแล้วใช่มั้ยคะ งั้นมาลองสูตรของ PK studio เถอะคะ ที่สามารถเล่าได้ขนาดนี้ ขอบอกว่า พีเค ลองมาหมดแล้วคะ รวมถึงการฉีดสลายไขมัน เข็มละพันบาท แต่ไม่เห็นผลอะไรมากนัก เสียทั้งทรัพย์ เสียทั้งเวลาคะ 

        เห็นหัวข้อบทความนี้คงแปลกใจนะคะ ว่าทำไมตารางชีวิต จึงเกี่ยวข้องกับการลด นน ถ้า ใครอยากลด นน ขอบอกว่าให้ศึกษาตารางชีวิตเดี๋ยวนี้

เลยคะ ตอนแรก พีเค ก็ไม่เข้าใจ พอได้มาดูแลผิวหน้า ตามตารางชีวิต และมีการล้างพิษ สวนลำไส้ ผ่านไป2 สัปดาห์ มีคนทักว่าผอมลง ทั้งๆที่ นน ไม่

ได้ลง ซัก โล พีเคเริ่มสังเกตตัวเองเมื่อมีเพื่อนมาทักว่า หน้าตอบ ลง ไปทำอะไรมา จึงเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่าตารางชีวิตนี้สำคัญจริงๆ

ลองมาดูตารางชีวิตว่าทำให้เราผอมได้อย่างไร

ตารางชีวิตคืออะไร คือ ระบบเวลาในร่างกาย ที่ตรงเหมือนนาฬิกา แต่คนเราในปัจจุบันกลับเพิกเฉยกับสิ่งนี้ หารู้ไม่ว่าสิ่งนี้แหละถ้าทำได้จะทำให้เราแข็ง

แรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ร่างกายของเราตรงเวลามาก แต่เรากลับไปบิดตารางเวลาจนบิดเบี้ยงทำให้นาฬิการวน จึงทำให้ระบบเผาผลาญ หรือ ระบบดูดซึม

ของเราบกพร่อง นี้แหละคืออุปสรรค์หลักๆๆในการลด นน คะ พีเคกะลอคตารางคร่าวๆให้ฟังนะคะ

6.00 น. ตื่นนอน

7.00 น.ขับถ่ายให้สุด 2-3 รอบ

8.00-9.00 น. ทานอาหารเช้า

12.00 ทานอาหารเที่ยง

13.00-15.00 งดทานอาหาร ทานเปนชาร้อนที่ไม่มีคาเฟอีน ดื่มน้ำอุ่น 

16.00-17.00 ทานอาหารเย็น

18.00-19.00 ออกกำลังกาย

20.00-22.00 เตรียมตัวเข้านอน

เมื่อเราปรับตารางชีวิตได้คร่าวๆแล้ว เราควรทำล้างล้างพิษเบื้งต้นก่อนคะ (อ่านได้ในบทความล้างพิษพื้นฐานคะ)

แต่ถ้าใครทำแบบในบันทึกเป็นประจำอยู่แล้วอยากก้าวกระโดดแนะนำเป็นการล้างพิษแบบ 7 วันคะ 

สิ่งสุดท้ายถ้าใครทำได้ จะทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นคะคือการล้างพิษจากตับคะ


เมื่อเราผ่านกระบวนการที่กล่าวข้างตันได้และ เรื่องลด นน ไม่ใช้เรื่องยากอีกต่อไปเพราะ กระบวนการต่างๆจะช่วยขับของเสียที่คั่งค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่ออกมา เมื่อลำไส้เราสะอาดระบบดูดซึมก็เป็นไปด้วยดี ระบบเผาผลาญ ก็จะทำงานปกติ แต่สิ่งหนึ่งที่เรา หลีกเลี่ยงไม่ได้และต้องยอมรับมันคืออายุ 

อายุยิ่งมากก็ยิ่งเสียเปรียบเราจึงต้องดูแลตัวเองมากขึ้น ระบบต่างๆจะถดถอยตามอายุเซลล์ในร่างกายก็จะเสื่อมสภาพตามอายุเช่นกัน เราจึงต้องบำรุงมากกว่าเด็กๆ ปริมาณอาหาร ก้อต้องลดจำนวนลง ตัวแปรต่างๆผันตามอายุ รวมทั้งนน ที่เพิ่มๆ ขึ้นทุกปีมาจากเซลล์ที่ค่อยๆเสื่อมสภาพ ไปนั้นเอง 

แต่บางคนที่ดูแก่กว่าอายุจริงคือใช้ร่างกายบิดเบี้ยว จากตารางชีวิตโดยสิ้นเชิง ไม่บำรุงไม่ดูแลและไม่ออกกำลังกายนั้นเอง กลับอีกกลุ่มหนึ่งที่บำรุงเท่าไหร่ก็ไม่ดูดีขึ้น เพราะระบบดูดซึม ของคุณ อุดตัน ไม่เคยล้างพิษนั้นเอง 

อาการหลักๆที่สังเกตุได้คืออาการท้องผูก ถ่ายไม่เป็นเวลา ในขณะที่ถ่ายแล้วควรสังเกตุลักษณะของ อุจจาระด้วย ว่ามีกลิ่นแรงสีดำคล้ำหรือมีก้อนแข็งแสดงว่าควรรีบทำการสวนล้างลำไส้อย่างเร่งด่วนคะ 

เมื่อกระบวนการต่างๆเข้าที่แล้ว เราจึงมาใส่รายละเอียดในการทานมากขึ้นไปหน่อย พีเค จัดสูตรหลักๆที่ทำประจำและเห็นผลมาฝากคะ

ตื่นเช้าคะ 6.00 น. ทานน้ำมะนาวอุ่น 1/2 ลูกเพื่อล้างลำไส้คะ น้ำอุ่นจะช่วยในการขับถ่ายคะ 
                         ทานกระเทียมสด 3 กลีบ พร้อมน้ำอุ่นคะ ขับถ่าย2-3 รอบคะ

มื้อเช้า 8.00 น.     ก่อนอาหารทานน้ำผักผลไม้ปั่นคะ ปั่นทานเองไม่ใส่น้ำตาล น้ำอุณหภูมิปกติค่ะ เพื่อกระตุ้นน้ำย่อยในกรเพาะอาหารและทำให้ดูดซึมได้ดีคะ 
                         ทานถั่วดำนึ่ง 150 กรัม หรือ 8 ชต คะ ทานพร้อมกับน้ำเต้าหู้ใส่เครื่องธัญพืชคะ 

มื้อเที่ยง 12.00 น. ทานมื้อเที่ยงคะ ผสม ถั่วดำดองน้ำส้มสายชูคะ ผสมลงไปในข้าวคะ หลังอาหารเที่ยงจิบชาเขียวคะ ซองเดียวผสมน้ำร้อนจิบดื่ม ตลอดทั้งบ่ายเลยคะ 

มื้อเย็นทาน แบบเบาๆคะ เช่นเต้าฮวยไม่หวาน น้ำเต้าหู้ธัญพืชถั่วดำ โยเกริตผสม ผลไม้สด สลัดน้ำใส แอปเปิ้ลปั่น ที่สำคัญอย่าให้เกิน 18.00 น. นะจ๊ะ

ชามะละกอก็ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดคะ การขัดการนวดให้เลือดลมหมุนเวียนก้อช่วยเรื่องการเผาผลาญคะ การออกกำลังการที่แนะนำคือโยคะ เซฟ

ที่สุด เล่นได้หมดคะ และถ้าใครอยากลดเฉพาะส่วน ก้อลองหาท่ากายบริหารเพื่อลดเฉพาะส่วนได้ ตามความต้องการเลยคะ ที่สำคัญควรงดของหวานนะ

คะ น้ำหวานน้ำผลไม้แบบกล่องล้วนแล้วแต่มีน้ำตาลทั้งสิ้น จำไว้คะ เปลี่ยนสี ชีวิตก็เปลี่ยนคะ สีในที่นี่หมายถึงสีของอาหารคะเช่น ข้าวขอเป็นข้าวกล้องข้าวซ้อมมือคะ  ขนมปังขอเปนโฮลวีต ทานผีกและปลาเยอะๆคะ เพราะเป็นอาหารอ่อนและย่อยง่าย ส่วนน้ำมันตัวดีเราเติมได้ด้วยวิตามินคะ เช่นน้ำมันมะพร้าวแบบสกัดเย็นคะ ,fish oil ,sesami oil.

รับรองคะทำได้แบบนี้ได้หุ่นสวยแถมสุขภาพดีด้วยคะ 

เพจนี้เป็นแรงบัลดาลใจในเรื่องลดความอ้วนคะลองเข้าไปดูมีเคล็ดลับดีๆๆคะ 

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More

 
Design by Free WordPress Themes | Bloggerized by Lasantha - Premium Blogger Themes | ewa network review